"ผมเรียนจบแล้ว ไปสมัครงานที่ไหนดีบ้างครับ" นักศึกษาถามผมวันปิดเทอม
"อยากทำอะไรล่ะ" ผมถามกลับ ระหว่างนั้นก็เร่งคุ้ยแฟ้มผลงานที่กองสุมอยู่ในหัว
เปิดแฟ้มออกดู ประมวลผล และประเมิณคุณค่าว่าเจ้านี่น่าจะไปแนวไหนดี
"อยากเป็นช่างภาพครับ" นักศึกษาเฉลย
คำตอบที่ได้มันช่างแตกต่างกับผลลัพธ์ในใจผมเสียเหลือเกิน
"คุณอย่าเพิ่งรีบร้อนเลย...ไปเที่ยวเล่น ถ่ายรูปเล่นก่อนดีกว่า ต่างจังหวัดก็ดีนะ
มีตังค์พอก็ไปต่างประเทศก็ได้ ไปอยู่สักสามสี่เดือน ถ่ายรูปส่งกลับมาให้เพื่อนดู ให้แฟนดู
ให้ที่บ้านดู เขียนจดหมายกลับมาเป็นระยะๆ หางานเล็กๆน้อยๆทำ ไม่ต้องเป็นงานถ่ายภาพหรอก
อะไรก็ได้ เบื่อแล้วก็กลับบ้าน พอหายเหนื่อยก็ไปที่ใหม่" ผมตั้งใจให้เขาได้รู้จักวัฒนธรรมต่าง
ผู้คนต่าง ความเชื่อต่าง รู้จักปรับตัวเข้ากับอะไรที่แตกต่างได้ และน่าจะมีผลไปถึงการเปิดใจกว้าง
รับสิ่งที่ไม่ตรงกับที่เรียนมาได้ง่ายขึ้น วันนั้นเขาคงรู้จักตัวเองดีขึ้นเช่นกัน
"ผมยังมือไม่ถึงเหรอครับ" เขาถามอีก
"อือ" ผมตอบในลำคอ
"ถ้างั้น..ผมไปเรียนต่อดีกว่า อาจารย์ว่าไปที่ไหนดีครับ"
"มึงจะไปเรียนอะไรอีกวะ" ผมคิดในใจ แล้วพูดว่า "คุณจะไปเรียนอะไรอีกล่ะ ยังไม่พอเหรอ"
"ก็ปริญญาโทด้านถ่ายภาพไงครับ ...เพื่อนๆสองสามคนก็จะไปต่อกัน เห็นอาจารย์ว่าผมยังมือไม่ถึง"
นี่นอกจากมือไม่ถึงแล้วยังเชื่อคนง่ายด้วยนะเนี่ย ไม่รู้ไปโดนใครที่ไหนกล่อมมาว่าเรียนปริญญาโทแล้วจะเก่งขึ้น
การเรียนทั้งหลายในโลก ถ้าไม่ได้เริ่มต้นด้วยความใฝ่รู้ ประกอบกับอาการขวนขวายหาความรู้
เรียนที่ไหนก็เท่าเดิมนั่นแหละ แต่ถ้ามีครบนะเรียนที่ไหนก็ได้ รับรองเลย ...ก็ได้แต่คิด ไม่ได้พูดออกไป
"ไปถึงต้องเลือกวิชาเรียนเองหมดเลยนะ ไม่มีใครเขามาจัดตารางแบบป.ตรีนะ... รู้แล้วเหรอว่าอยากเรียนอะไรอีก"
ผมลองขู่เรื่องง่ายๆก่อน
"ไม่รู้ครับ" คำตอบมาพร้อมหน้าสุดฉงน
"อุ๊ย ทำไมใจฝ่อง่ายขนาดนี้วะ มึงอย่าไปขู่เด็กมันมาก" ผมบอกตัวเอง
"ก็ไปเที่ยวเล่นเสียก่อน ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องรีบหรอก พอไม่เครียดหน้าก็ไม่ย่น เดี๋ยวรู้แล้วว่าอยากเรียนอะไรอีก
ค่อยไปสมัคร ไม่ช้าไปหรอก ...ดีกว่าไหม"
พวกที่มีพรสวรรค์มันก็เห็นกันตั้งแต่ส่งการบ้านครั้งแรกแล้ว จากนั้นจะดีขึ้นแบบก้าวกระโดด
แตกต่างจากนักศึกษาที่มีใจรักอย่างเดียว ...ทั้งๆที่เรียนในห้องเดียวกัน
คนที่มีพรสวรรค์ก็ต้องกระทุ้งไม่ให้ขี้เกียจ ใส่ความใฝ่รู้เข้าไปให้ จะได้เป็นแรงผลักให้ก้าวต่อไปถึงฝั่งฝัน
คนที่มีใจรักก็ต้องเปิดประตูให้เห็นช่องทางหลายหลาก ไม่ต้องไปเฉไฉเสียเวลา พบประตูถูกก็ส่งมอบกุณแจให้ทันที
ส่วนพวกที่บ้านจ้างมาเรียน จะเอาแต่กระดาษปริญญา แถมพกความขี้เกียจมาเต็มกระเป๋านี่ ก็อย่าไปยุ่งมาก
แป๊บเดียว เดี๋ยวก็ไปแล้ว ถ้าไม่ให็ F รับรองไม่มาวนเวียนอยู่ในชีวิตให้เสียเวลาหรอก
"เดี๋ยวผมลองกลับไปคุยกับพ่อดูอีกทีก่อน เขาจะให้ไปเที่ยวเหรอครับ" หน้าตาเหมือนจะคล้อยตาม แต่ยังเป็นปัญหาเรื่องกองทุนฟื้นฟูช่างภาพรุ่นเยาว์อยู่
"เออ..ดีนะ...ลองคุยดู ....แต่อย่าบอกว่าผมเป็นคนแนะนำก็แล้วกัน" ผมยิ้มให้ปิดท้าย
แล้วเราสองคนหัวเราะพร้อมกัน เด็กยกมือไหว้ขอบคุณแล้วเดินแยกไป ผมได้แต่หวังว่าเขาคงได้ไปเที่ยว แล้วถ่ายภาพสนุกๆส่งมาให้ผมดูสักภาพสองภาพ สักครั้งก็ยังดี
Tags:
Share
Facebook
You need to be a member of Street Photo Thailand to add comments!
Join Street Photo Thailand