สำหรับเจ้าจิ๋ว GF-1 (12.1 ล้านพิกเซล) ตัวนี้
ผมคงไม่ต้องอธิบายใน เรื่องของกล้องดิจิตอลขนาดเล็กในระบบใหม่ที่เรียกว่าระบบ Micro Four Thirds มาตรฐานใหม่ของกล้องถอดเปลี่ยนเลนส์ได้ให้มากนัก
เพราะเพื่อน ๆ สามารถค้นหาได้มากมายในเว็บไซด์อื่น ๆ และออกวางจำหน่ายมานานพอสมควร
คงจะรู้กันบ้างแล้ว เอาเป็นว่าเจ้ากล้องรุ่นนี้ เหนือกว่า กล้องคอมแพ็กโปร ทั้งหลาย
ที่มีอยู่ในตอนนี้เพราะขนาดของเซ็นเซอร์ใหญ่กว่า จึงทำให้คุณภาพของไฟล์ที่ได้ดีกว่ามาก
แต่ หากจะไปหาญสู้กับกล้องแบบ DSLR ก็คงไม่ได้ เพราะหากต้องการกล้องที่ใช้ทำงานแบบโปรที่เขาใช้กัน คงไม่เหมาะกับเจ้ากล้องตัวนี้แน่ ๆ
เพราะฉะนั้นก็ขอบอกไว้ก่อนว่า เจ้าตัวเล็กนี้มันแจ๋วตรงที่บอดี้ของกล้องมันเล็กเพราะไม่มีระบบกระจกดีดสำหรับช่องมองภาพอย่าง DSLR
แต่สามารถหาตัวเชื่อมต่อให้เข้ากับเลนส์ได้มากมาย
ทำให้ปลุกกระแสเลนส์เก่าไวแสงหายากกลับขึ้นมามีชีวิตกันอีกครั้ง
แรกเริ่ม ได้มีตารางเดินทางไปท่องเที่ยวถ่ายภาพที่เวียดนาม แต่อารมณ์ไม่อยากแบก DSLR หนัก ๆ ไปปีนเขา
ก็เลยสนใจเจ้าตัวเล็ก GF-1 ตัวนี้ขึ้นมาเพราะความคล่องตัวในการพกพาสูง
บวกกับมีโชคที่ Panasonic อนุเคราะห์ กล้องให้ไปทดสอบด้วย พร้อมเลนส์
แต่ปรากฏว่า ได้รับกล้อง ก่อนเครื่องขึ้นจึงทำการเรียนรู้การปรับคุมกล้องหนึ่ง ชม. บนเครื่องบิน
พอ ลงเครื่องก็เริ่มถ่ายลุยงานจริงกันทันที เป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่เราคาดการผิดเรื่องดินฟ้าอากาศ ภาพชุดนี้เป็นภาพชุดซาปาที่ไม่มีนาขั้นบันไดให้ชมกันเพราะ ห้าวันที่เดินทาง
ในมือถือกล้อง เราพบแดดเพียงไม่ถึงหกนาทีเท่านั้น นอกนั้นจะเป็นหมอกที่หนาจนแทบมองอะไรไม่เห็น และเจอพร้อมกับพายุฝนตลอดทริป หนาวกันถึงขั้วเลยทีเดียว
และภาพที่นำมาให้ชมก็เป็นภาพที่ตกแต่งสีและแสงใหม่เกือบทั้งหมด เพราะคิดว่า
ในเมื่อผมซื้อกล้องมา ถ่ายภาพออกมา ผมก็จะนำไปตกแต่งตามสไตล์ของผมให้เห็น
ผลลัพธ์สุดท้ายของงานเลยดีกว่า เราจะได้เห็นว่า ไฟล์ที่ได้มาสามารถนำไป Process แล้ว
เป็นอย่างไร ผมจะทดสอบ Raw ไฟล์ ของเจ้า GF-1 ตัวนี้ดุจเช่นเดียวกับกล้อง DSLR ที่ผมใช้ทำงาน
เช่นกัน
สิ่งที่ชอบอันดับแรกเลยครับ คือสิ่งที่ผมตั้งโจทย์ไว้ในใจว่าถ้าไม่ดีก็ไม่ต้องซื้อกัน
คือการถ่ายต่อเนื่องแบบกดชัตเตอร์ติด ๆ กัน ในการบันทึกแบบ RAW ไฟล์
บอกได้เลยว่ายอดเยี่ยมครับ 7 ช็อต ติดต่อกันการประมวลผลทำได้ดีรวดเร็วมาก
เหมาะกับการถ่ายในโอกาสที่ต้องการจังหวะต่อเนื่องให้ทันเหตุการณ์ตรงหน้า
สิ่งที่ชอบมากอีกอันคือ ตอนใส่เลนส์ 20mm f/1.7 แพนเค้ก กับตัวคูณ 2 เป็น 40 mm f/1.7
เป็นช่วงที่เหมาะกับการถ่าย Street เป็นอย่างมาก ทดสอบการใช้งานจริงกับสภาพแสงที่มืดมาก
และบางครั้งในโทนบรรยากาศที่มีความคอนทราสต่ำอย่างสภาพหมอกหนาจัดแทบมองไม่เห็นคนรอบข้างก็โฟกัสได้ตลอดเวลา
และเร็วมาก จนเพื่อน ๆ ที่มาด้วยกันบอกว่า DSLR ยังโฟกัสลำบากเลยครับ
อีกสิ่งที่เห็นได้ชัดคือ ข้อดีของขนาดของกล้องที่ไม่ใหญ่มาก เล็ก ๆ
นอกจากมีความคล่องตัวในการพกพาสูงแล้ว ยังทำให้ผู้คนรอบข้างไม่ตื่นตกใจ
แม้กระทั่งชาวเขาบางคนในตลาด ที่ต้องขอ 1 ดอลล่าห์กับทุกคนที่เข้าไปถ่ายภาพเขา
ต้องหยุดคิดว่า เดินผ่านไปมา ทำท่าเหมือนไม่ได้กดชัตเตอร์เลย จะขอเงินดีไหม
ทั้ง ๆ ที่ผมถ่ายไปแล้ว 3-4 ช็อต ลองพยายามเอากล้องเข้าไปให้แบบให้มากที่สุด
เท่าที่ทำได้ ก็ได้อริยาบทที่ เป็นธรรมชาติมาก ๆ
หลังจากถ่ายวันแรก รีบเอามาลงโน๊ตบุกส์ที่โรงแรมที่พัก รีบเปิดไฟล์เช็คทันที
และทดสอบการตกแต่งภาพด้วยโปรแกรม Adobe Lightroom 2.5 และ Photoshop CS4
ไฟล์ที่ได้ออกมา น่าพอใจมากครับ คมมาก และไฟล์แน่นปรับเปลี่ยนแก้ไขแสง สี ได้ผล
ออกมาดีทีเดียว ผมคิดในใจว่า ไฟล์ที่ได้ อาจเทียบได้กับ DSLR รุ่นเล็ก ๆ บางรุ่น
หรืออาจดีกว่าด้วยซ้ำอีกด้วย
เป็นที่น่าเสียดายที่พกเลนส์มือหมุนมาด้วย 1 ตัวเพื่อทดสอบ คือ Voigtlander Nokton 40 mm f/1.4
M Mount + Adapter MFT/LEM เพื่อทดสอบการใช้งาน แต่การปรับโฟกัสด้วยมือหมุนแล้ว
มองด้วยจอ LCD ด้านหลังทำการโฟกัสที่พอดีค่อนข้างยากและใช้เวลามาก
ทดสอบจาการดูด้วยตาว่าโฟกัสเข้าแล้วกดถ่าย เมื่อขยายภาพดูจะเห็นว่า
โฟกัสผิดจุดบ่อยมาก แต่ปัญหานี้จะหมดไปหากเรามี Electronic Viewfinder
ที่ต้องหาซื้อเพิ่ม แต่การไปครั้งนี้เราไม่มีไปด้วยเลยต้องเก็บเลนส์มือหมุน
ไว้ทดสอบในคราวต่อไป
Comment
© 2010 Created by Noppadol Weerakitti.
Powered by
.
You need to be a member of Street Photo Thailand to add comments!
Join Street Photo Thailand